สมัครเล่นไพ่บาคาร่า Give A Shout : ธนา ชะนะบุตร ในวัน “ซูเปอร์แมน รีเทิร์น”

สมัครเล่นไพ่บาคาร่า

จากนักฟุตบอลที่เคยเกือบจะถอดใจแขวนสตั๊ดหันไปจับไมค์ร้องเพลงเพราะอาการบาดเจ็บที่ต้องเผชิญมาทุกปี อะไรที่ทำให้ “ซูเปอร์แมน” กลับกลายมาเป็นกำลังสำคัญของช้างศึกดั่งเช่นปัจจุบัน

สมัครเล่นไพ่บาคาร่า ธนา ชะนะบุตร อาจเป็นชื่อที่อยู่คู่วงการฟุตบอลไทยมานาน หลายคนจดจำภาพเขากับบทบาทซูเปอร์ซับในทีมชาติได้ตั้งแต่สมัยยังรุ่นๆ รวมถึงลีลากระชากลากเลื้อยที่เล่นเอาแนวรับญี่ปุ่นต้องกุมขมับในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อปี 2008

จากนั้นด้วยโชคชะตากลั่นแกล้ง ทำให้เขาต้องเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทำให้เจ้าตัวเกือบถอดใจหันหลังให้วงการค้าแข้ง ก่อนที่จะกลับมาระเบิดฟอร์มเก่งกับต้นสังกัดอย่างเพื่อนตำรวจ รวมถึงกลับมาเป็นซูเปอร์ซับที่คอยพลิกเกมให้ทีมชาติไทยได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้

ชีวิตที่พลิกผันของเขาเป็นมาอย่างไร โกล ประเทศไทย อาสาพามาจับเข่าคุยกับ “ซูเปอร์แมน” ที่ไม่มีผ้าคลุมติดหลัง ธนา ชะนะบุตร

จุดเริ่มต้น

“ผมเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ประถม ประมาณ 7-8 ขวบ และพอตอนมัธยมก็ติดทีมจังหวัด และได้ไปแข่งบอลเยาวชนแห่งชาติ จนผมได้มาเรียนที่คริสเตียน พอ จบ ม.6 ผมก็ได้ไปเล่นให้คริสเตียนไทย ที่มีรุ่นพี่ไปทำและลงในถ้วย ค.”

“หลังจากนั้นตอนนั้นผมก็ได้เล่นกับบอร์จิส (กุนซือผู้พายาสูบคว้าแชมป์ไทยลีกเมื่อปี 2548) แต่หลังจากนั้น ผมก็ต้องย้ายสโมสรไปมาหลายครั้ง บางทีเราเป็นเด็ก เราจบ ม.6 มันก็มีเซ็นสัญญา ซึ่งเราก็ไม่รู้เรื่อง พอเขาให้ไปไหนก็ต้องไป ก็เร่ไปเรื่อย บางทีเราก็ไม่อยากไปหรอก (หัวเราะ)”

“ผมว่าที่ผมเป็นนักฟุตบอลก็เพราะความชอบ จะให้ผมตอบก็ไม่ได้นะ ว่าทำไมผมถึงชอบมัน ตอนนั้นเราเป็นเด็ก เราไม่ได้คิดเรื่องเงินเลยนะ เราคิดแค่ว่าได้เรียนที่ดีๆ แล้วพอจบ ม.6 ไทยลีก เงินมันก็ดีมาหน่อย”

อาการบาดเจ็บและความคิดแขวนสตั๊ด

“ผมเคยคิดเรื่องเลิกเล่นเลยนะ ตอนปีที่ย้ายไปศรีสะเกษ เพราะผมอยู่กับพัทยา ก็ไม่ได้เป็นตัวจริงสักที ได้เป็นแต่ตัวสำรอง ก็วางแผนจะเลิกละ เพราะมันเบื่อกับการที่ต้องเจ็บ และได้ลงแค่ 10-20 นาที ต่อเกม ตอนแรกผมวางแผนว่าจะย้ายไปศรีสะเกษ สักพัก และกลับขอนแก่น และก็อยู่ที่บ้านเลย”

“จำตอนนั้นที่ผมร้องเพลง นักบอลปอนๆ ได้ไหมล่ะ ตอนนั้นผมรู้สึกเบื่อกับฟุตบอลและไม่อยากเล่นมันแล้วด้วยซ้ำ”

“แต่พอดีตอนนั้นไปเจอ อาจารย์พยงค์ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนเลย เพราะผมเคยเล่นกับแกตอนบอลนักเรียน เยาวชนทีมชาติ แกก็เลยให้โอกาสผมลงต่อเนื่อง จนผมกลับมาและยิงประตูได้เยอะ และตำรวจก็ซื้อตัวมาอยู่กับทีม”

เพื่อนตำรวจ สโมสรสุดท้ายในชีวิต

“กับตำรวจเนี่ย ผมคิดว่าตำรวจคงเป็นสโมสรสุดท้ายของผม เพราะเราอยู่ลีกสูงสุดด้วยกัน ตกก็ตกด้วยกัน ถ้าทีมยังต้องการเรา เราก็พร้อมที่ผ่านมาก็มีข้อเสนอมากมายจากทีมใหญ่แต่ผมก็ไม่เคยคิดที่จะทิ้งทีมไปไหน และด้วยวัยขนาดนี้แล้วด้วย”

โอกาสในทีมชาติ

“ผมดูทีมชาติไทยลงแข่งตลอดนะ ผมก็อยากติด ผมดูแล้วก็คิดตลอดว่า ถ้ามีเราในทีม เราอาจจะช่วยในช่วงท้ายเกมอย่างที่เป็นตอนนี้ก็ได้”

“ตอนมีชื่อติดทีมชาติไทยครั้งแรกในรอบ 7 ปี ในเกมกับอิรัก ผมไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเท่าไหร่นะ ผมไม่รู้จะบอกใคร แต่ถามว่าดีใจไหม ก็ดีใจ แต่ผมกลับมาคิดมากกว่าจะเข้าไปช่วยทีมชาติยังไง หลายคนเล่นกันมานาน ผมต้องพยายามฟิตตัวเอง เข้าเวท รักษากล้ามเนื้อ เพราะเราอายุเยอะแล้ว พอมีชื่อปุ๊ปผมก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด”

“สำหรับทีมชาติผมพร้อมเสมอ อย่างที่พี่โก้ ให้โอกาสผม ให้ผมเป็นตัวปิดเกม ผมก็ไม่มีปัญหา ผมคิดว่าผมยังไหวอยู่ ยังอยากเล่นอยู่เสมอ กับน้องๆในทีมชาติ ผมคงไม่แนะนำอะไรเขาแล้วแหละ เพราะผมมาทีหลัง เขาเล่นด้วยกันมานาน เขายังสอนผมด้วยซ้ำ”

“ผมรู้สึกดีใจมากเลยนะที่ได้มาติดทีมชาติ อยากขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ให้แก่เราและทีมมาโดยตลอด ทั้งส่วนตัวและทีม ผมก็พยายามตอบแทนให้ได้มากที่สุดเวลาลงเล่น ตอบแทนที่บางคนเดินทางไกลเอาของมาฝาก โดยที่ไม่ได้รู้จักกันไม่ได้เป็นญาติด้วยซ้ำ”

ปีทองช่วงบั้นปลาย

“ผมว่าด้วยปีนี้ เราได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอกับสโมสร และมันเป็นปีแรกนับตั้งแต่เล่นฟุตบอลมาเลยก็ว่าได้ ที่ผมไม่โดนอาการบาดเจ็บรบกวน”

สมัครเล่นไพ่ออนไลน์ “ผมคิดว่าปีนี้ แหละเป็นปีที่สุดของผมเลยนะนับตั้งแต่ค้าแข้งมาเลยก็ว่าได้ ถามว่าผมเสียดายไหมที่เกิดช้า ผมไม่เสียดายนะ คือคนเรานะ บางคนก็ขึ้นมาเร็วแต่ก็เลิกเล่นฟุตบอลเร็ว แต่ผมก็ยังอยู่ในเส้นทางนี้มาตลอด แต่มันอาจจะช้าไปบ้าง แต่ว่าเราก็มีประสบการณ์เข้ามาแทน”