สมัคร M8BET Give A Shout : สิทธิโชค ภาโส ผู้ทิ้งฝันนักกอล์ฟสู่การค้าแข้งแดนอาทิตย์อุทัย

สมัคร M8BET

เปิดใจนักเตะไทยที่จะได้โลดแล่นในแดนอาทิตย์อุทัย ที่จำเป็นต้องทิ้งความฝันแรก ในการเป็นนักกอล์ฟ สู่การเป็นนักเตะดาวรุ่งที่อายุน้อยที่สุดของไทยที่ได้ไปค้าแข้งในต่างแดน

สมัคร M8BET นอกจากชนาธิป สรงกระสินธ์ แล้ว อีกหนึ่งแข้งที่กำลังไปผจญภัยในแดนซามูไร ก็คือดาวรุ่งอย่าง สิทธิโชค ภาโส แม้จะเป็นแค่เจสาม แต่นี่คือโอกาสครั้งสำคัญ สำหรับเด็กหนุ่มวัย 18 ปี

ฟุตบอลไทย เวอร์ชัน 2017 กลายเป็นยุคที่นักเตะหลายรายเริ่มมองหาลู่ทางการไปค้าแข้งต่างแดน โดยเฉพาะลีกระดับท็อปของเอเชีย อย่างญี่ปุ่น ทุกสายตาอาจจะจับจ้องกับดีลของชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่กำลังจะกลายเป็นสมาชิกของคอนซาโดเล ซัปโปโร ในลีกสูงสุด แต่นอกจากชนาธิป แล้วยังมีอีกหนึ่งดาวรุ่งที่กำลังรอวันเฉิดฉายอย่าง สิทธิโชค ภาโส ที่กำลังจะย้ายไปคาโงชิมา ยูไนเต็ด ในเจสาม

ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี แม้จะไม่ได้โอกาสลงสนามมากเท่าไหร่ แต่เจ้าตัวก็แสดงให้เห็นว่าเขานั้นพร้อมสู้เต็มที่ ถึงแม้จะต้องแลกด้วยเลือดก็ตาม ในเกมสุดท้าย ซึ่งบทสรุปของทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวเจ้าตัวได้ลงเล่น 45 นาที ทำไปหนึ่งประตู

ก่อนหน้านี้ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อในประเทศอังกฤษ ยกให้ สิทธโชค ภาโส กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองจากทั่วมุมโลก ซึ่งเจ้าตัวเผยกับเรื่องดังกล่าวว่า “ผมตกใจมากนะ ตอนที่มีชื่อ ผมไม่รู้ว่าทำไมถึงมีชื่อผม เพราะก่อนหน้าที่จะมีชื่อ ผมก็หายไปนานและฟอร์มช่วงนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

“แต่ตลอดเวลาที่เป็นนักฟุตบอลผมทำงานหนักเสมอ เพราะผมถอยหลังไม่ได้ ผมพยายามหาทุกโอกาส พอได้ติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ความมั่นใจทุกอย่างก็เริ่มมา จุดเริ่มต้นมันก็มาจากความอยาก”

พ่อไม่มีเงินส่งนะ

“จุดเริ่มต้นของผม คือ ตอนอายุประมาณ 7-8 ขวบ ผมชอบดูกอล์ฟมาก ผมไม่รู้หรอกว่ามันเล่นยังไง แต่ผมดูแล้วผมชอบ พ่อก็ถามผมว่าอยากเป็นนักกอล์ฟหรอ แต่พ่อพูดดักคอเลยว่าไม่มีเงินส่งนะ ผมก็ตัดใจไป”

“หลังจากนั้นก็เป็นช่วงฟุตบอล ยูโร ผมจำไม่ได้หรอกว่าเป็นเกมนัดไหน พ่อก็ถามผมว่าจะลองเล่นฟุตบอลดูไหม ผมก็ตอบตกลง และพ่อก็ซื้อฟุตบอลมาให้ผมหนึ่งลูก”

“พอผมได้ฟุตบอล ด้วยความที่บ้านเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์ติดถนน ผมก็เตะอัดกำแพงบ้านและก็จับไปมา บางครั้งเตะพอมันเด้งกลับมาผมจับฟุตบอลไม่ได้ ลูกฟุตบอลก็เด้งออกไปถนน ก็โดนรถทับแตกหลายลูกเหมือนกัน ซึ่งผมก็ไม่อยากให้ลูกบอลแตกอีก ผมก็พยายามฝึกเพื่อรับบอลที่เด้งมาให้ได้”

ลุงถือไม้เท้า

“พอเตะอัดกำแพงบ้านได้สักพัก คราวนี้ผมก็ได้ไปเตะในซอยของโรงงานจากนั้นก็ได้เข้าโรงเรียน บุรารักษ์ ก็ติดทีมโรงเรียนไปเกือบทุกทัวร์นาเมนต์เลย และก็ได้ก้าวไปเล่นให้ทีมจังหวัด ในรายการ ไพร์ม มินิสเตอร์”

“เกมแรก สมุทรปราการของผมต้องพบกับชลบุรี ซึ่งทีมของผมแพ้ 1-2 แต่ผมทำประตูได้ และเราก็ชนะในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่เหลือ จนเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ผมก็ได้เจอกับ ชลบุรี เอฟซี อีก คราวนี้ทีมผมแพ้ 1-3 ซึ่งผมก็ทำประตูได้อีกครั้ง”

“ตอนนั้นผมเสียใจมาก เพราะพอแพ้เราก็ต้องกลับบ้านทันที แต่ระหว่างที่เดินออกนอกสนาม มีลุงคนหนึ่งเดินถือไม้เท้าเข้ามาหาผม มาถามผมว่า “เห้ย พ่อแม่เอ็งอยู่ไหนวะ ขอคุยกับพ่อแม่เอ็งหน่อย” ผมก็ชี้ไปทางพ่อแม่ ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าคนนี้คือ โค้ชเฮง (วิทยา เลาหกุล)”

โดย วิทยา เลาหกุล พูดถึงครั้งแรกตอนเจอสิทธิโชคว่า “ตอนนั้นผมต้องกลับญี่ปุ่นนะ แต่เผอิญรถชน เลยต้องถือไม้เท้า ก็ได้ไปดูหลายคนและถูกใจเจ้าย้ามาก ผมเห็นเขาเป็นเด็กที่มีหน่วยก้านดี มีพรสวรรค์และทักษะที่ดี ก็เลยลองไปถามพ่อแม่เขาว่าสนใจมาอยู่ชลบุรีไหม พ่อแม่เขาดีใจมาก ผมมั่นใจตั้งแต่แรกเห็นเลยว่า เด็กคนนี้มีอนาคตแน่นอน”

สิทธิโชค ภาโส

สู่การเป็นรองแชมป์โลก

“พอไปอยู่ชลบุรี ก็พักที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี 4 วัน ผมร้องไห้ตลอด ตอนนั้นทีมก็ต้องย้ายไปอยู่ศรีราชา แม่ก็มาช่วยผม พอผมเห็นอย่างนั้น ผมก็บอกกับตัวเองว่าผมต้องสู้ ผมจะต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อแม่”

“หลังจากนั้นผมก็ไม่ร้องไห้อีกเลย เก็บตัวไปสักพักก็ได้ไปแข่ง ซึ่งรายการแรกมันก็เป็นเหมือนฝัน ในรายการดาน่อล คัพ เราสามารถคว้าแชมป์ระดับประเทศและได้สิทธิ์เป็นตัวแทนไปแข่งระดับโลก ที่มาดริด ประเทศสเปน”

“ตลอดทัวร์นาเมนต์ เราชนะมาได้เรื่อยจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ต้องพบกับบราซิล ผมจำบรรยากาศวันนั้นได้ดี เราได้เล่นที่ซานติอาโก้ เบร์นาบิว สนามของเรอัล มาดริด มีคนเป็นหมื่นๆคนเข้ามาดูเราเล่น พวกเราตื่นเต้นมาก และสุดท้ายก็แพ้บราซิลไป 0-4 ก็รู้สึกเสียดายนะที่ไปไม่ได้ถึงฝัน แต่เราทำเต็มที่แล้ว”

สิทธิโชค ภาโส

สู่ลูกหนังสายอาชีพ และ ตราช้างศึกที่หน้าอกข้างซ้าย

“ผมได้เล่นบอลอาชีพครั้งแรกกับศรีราชา บ้านบึง ปีนั้นก็ได้ลงเล่นแค่เกมเดียว ในทีมตอนนั้นก็มี พี่โก้ (สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ), พี่ก็อด (บารมี ลิ้มวัฒนะ), พี่ยิม (วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ), พี่เทพ (บุญเกิด ไชยสิน) ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมทีมกับพวกพี่ๆ และก็เริ่มสนิทกันตั้งแต่ตอนนั้น”

“ปีต่อมา ก็ถูกส่งไปเล่นให้กับพานทอง เอฟซี ในดิวิชั่น 2 ผมก็ยิงไป 3-4 ประตู ประตูที่ไม่มีวันลืมก็คือผมที่พบกับจันทบุรี ตลอดทั้งเกมผมโดนไล่เตะ ไล่หวดตลอด ก็เข้าใจนะว่าผมเป็นเด็กเขาก็พยายามขู่ ฝนก็ตกตลอด แต่สุดท้ายผมก็ยิงสองประตูได้”

สิทธิโชค ภาโส

เฉิดฉายในทีมชาติ

“ในตอนชิงแชมป์เอเชียสองเกมแรกก็เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ลง พอเกมที่สามผมได้ลง ผมก็บอกตัวเองว่า ต้องวิ่งให้หมด เล่นตามแท็คติกและทำให้ดีที่สุด เพราะผมอยากเล่นมาก ตอนที่ผมทำประตูได้ผมก็ดีใจมากนะ เพราะก่อนหน้านั้นผมบอกกับพี่ยิมตลอดว่า วันนี้ผมมาแน่ (หัวเราะ) วันนี้ผมจะฉายแสง ก็โดนกวนกลับมา พอตอนยิงได้พี่ยิมก็วิ่งเข้ามาแล้วหัวเราะใส่ผม ก็ดีใจมากๆครับ”

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หลังสิทธิโชค ภาโส ไปปะทะกับกองหลังของบาห์เรนจนหัวแตกและเล่นต่อไม่ไหวและก็ต้องถูกเปลี่ยนตัวออก “นั่นคือครั้งแรกที่ผมหัวแตกในสนามฟุตบอลเลยนะ”

“วินาทีนั้นผมยืนยันกับหมอ ให้เย็บสดและเอาผ้าพันไว้เลยได้ไหม แต่หมอไม่อนุญาตเพราะเลือดออกเยอะมาก และอาจจะช็อคได้ ผมก็เสียดาย เพราะใจผมยังอยากเล่นต่ออยู่เลย”

“ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาลผมก็พยายามเช็คผล เพราะความรู้สึกตอนนั้น ผมไม่อยากให้ทีมกลับบ้านมือเปล่า แต่พอรู้ว่าแพ้ 2-3 ผมก็เสียดายจริงๆ”

สิทธิโชค ภาโส

เส้นทางใหม่

“หลังจากนี้ผมก็ต้องเพิ่มทักษะทุกอย่างที่กองหน้าควรมีทั้ง ความเร็ว ความแข็งแกร่ง นอกจากการฝึกซ้อมแล้ว ผมก็ยังดูคลิป ทั้งการเล่นของเนย์มาร์, โรนัลโด้ ว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้เขาจะทำยังไง หรือดูการยิงของซลาตัน อิบราฮิโมวิช ว่าเวลายิงเขาวางเท้ายังไงลูกบอลถึงพุ่งได้แรง พอมีเวลาว่างผมต้องดูเสมอ”

“สิ่งที่ผมทำเพราะผมไม่อยากแพ้อีก ในครั้งหน้าที่ผมต้องเป็นรุ่นพี่ในทีมชาติไทย U19 ผมจะต้องเอาประสบการณ์ครั้งนี้ไปช่วยทีมให้ได้ เหมือนที่พี่ยิมคอยช่วยเหลือผม ผมก็ต้องเอาประสบการณ์ที่พี่เขาประคองผม ไปประคองน้องๆคนอื่นๆ ที่จะก้าวขึ้นมา”

“ผมเป็นคนที่เกลียดความผิดหวัง ผมไม่อยากผิดหวังบ่อยๆ ตอนนี้ก็กังวลบ้าง เพราะกลัวว่าทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด ก็บอกตัวเองเสมอ ว่าพยายามก่อความผิดพลาดให้น้อยที่สุด และความฝันก็คือต้องไปฟุตบอลโลกกับทีมชาติไทยให้ได้ไม่ว่าจะเป็นชุดไหนก็ตาม”

สิทธิโชค ภาโส

ช้างหนุ่มตะลุยแดนซามูไร

“เป้าหมายของผมที่ญี่ปุ่น ผมก็ต้องพยายามทำเต็มที่ และก้าวไปอยู่ในจุดที่สูงที่สุดต่อไปเรื่อยๆ และในอนาคตก็หวังว่าจะได้ไปเล่นในลีกสูงสุดของญี่ปุ่น เหมือนกับ พี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์)ครับ”

“ผมเชื่อนะว่าสิ่งสำคัญในการเล่นฟุตบอลคือความพยายาม ถ้าผมพยายามทำให้ดีที่สุด ผมเชื่อว่าต้องมีคนเห็นความพยายามนั้น”

“ผมเองก็ฝันอยากจะเป็นแบบโค้ชเฮง แต่ผมไม่อยากให้มันเป็นแค่ฝัน ผมต้องพยายามลงมือทำ ตั้งใจซ้อม เพื่อที่จะต้องเป็นแบบโค้ชเฮงให้ได้ครับ”