เว็บพนันบอล สื่อเกาหลีเปิดใจ “ปิยะพงษ์” ชีวิตค้าแข้งที่ลัคกี้ โกลด์สตาร์ (มีคลิป)

เว็บพนันบอล

ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลทีมชาติไทยให้สัมภาษณ์กับสื่อเกาหลีใต้โดยเปิดใจชีวิตสมัยค้าแข้งในศึกเคลีก กับ ลัคกี้ โกลด์สตาร์

เว็บพนันบอล ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าระดับตำนานทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์กับ Biggest Football TV สื่อจากประเทศเกาหลีใต้ โดยย้อนความหลังถึงชีวิตสมัยค้าแข้งในศึกเคลีก กับ ลัคกี้ โกลด์สตาร์

อดีตแข้งวัย 57 ปีเป็นหนึ่งในผู้เล่นไทยหรือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ไม่กี่รายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในศึกเคลีก หลังเคยย้ายไปค้าแข้งกับ ลัคกี้ โกลด์สตาร์ (เอฟซี โซลในปัจจุบัน) ระหว่าง ฤดูกาล 1984-1986 ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะปี 1985 นอกจากนำทีมคว้าแชมป์ลีก “เดอะตุ๊ก” ยังติดทีมยอดเยี่ยมของซีซั่น รวมถึงคว้าทั้งดาวซัลโวและแอสซิสต์มาครอง ด้วยผลงาน 12 ประตู 6 แอสซิสต์จาก 21 นัด

ขณะที่ปัจจุบันแม้จะแขวนสตั๊ดไปถึง 20 ปีแล้ว แต่ด้วยผลงานในอดีตที่ฝากไว้ ล่าสุด ปิยะพงษ์ ก็ถูกสื่อเกาหลีใต้สัมภาษณ์เกี่ยวกับชีวิตสมัยค้าแข้งที่นั่น

“สำหรับตัวผมเองก็ถือว่าโชคดีที่ได้มีโอกาสการคัดเลือกจากทีมลัคกี้ โกลด์ สตาร์” เดอะตุ๊ก เริ่มกล่าว

“เพราะในปีนั้นมีการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะปี พ.ศ. 2526-27 ไทยเข้าชิงกับเกาหลีใต้ วันนั้นไทยชนะ 3-1 พอดีผมยิงประตูครับ แล้วหนึ่งในสตาฟฟ์โค้ชของเกาหลีใต้ เขาเป็นผู้ช่วยโค้ชของลัคกี้ โกลด์ สตาร์ จากนั้นสโมสรก็มาติดต่อผมไปครับ”

อดีตดาวยิงช้างศึกกล่าวต่อ “สิ่งที่ยากที่สุดของการเล่นฟุตบอลอาชีพในเคลีก ก็คือทำอย่างไรให้เพื่อนผู้เล่นต่างชาตินั้นเชื่อใจเรา คุณค่าของนักฟุตบอลในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น ไทย ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา คือต้องต่อสู้ทุกอย่าง ต่อสู้เพื่อเอาใจเพื่อนให้รู้ว่าเรามีความสามารถ เอาใจโค้ช เอาใจแฟนบอล เราต้องโชว์ศักยภาพให้เห็น

“ต้องบอกว่าก่อนที่ผมไปเกาหลี ระหว่างอยู่เกาหลี และหลังกลับจากเกาหลีนั้นแตกต่างกัน ก่อนไปเกาหลีผมอาจจะเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยและย่านอาเซียน แต่ความเป็นมืออาชีพยังไม่มี ความรับผิดชอบต่อตัวเองยังไม่มี ผมเป็นแค่สมัครเล่น แต่พอไปเกาหลีแล้วได้เรียนรู้ความเป็นนักฟุตบอลอาชีพ รู้วิธีการฝึกซ้อม การแข่งขัน รู้วิธีการดำรงตน โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัย ทำให้เราปรับโหมดทุกอย่าง ทำให้คนเกาหลีได้รู้ว่าประเทศไทยก็มีนักกีฬาที่มีคุณภาพสามารถเล่นในระดับเอเชีย ระดับยุโรป หรือต่อไปเป็นระดับโลกได้ เท่านี้ผมก็ภูมิใจ”

“รางวัลนั้นเป็นส่วนประกอบของชีวิตครับ มันเป็นผลพลอยได้เท่านั้นเอง สิ่งสำคัญคือทำให้คนเกาหลีรู้จักคนไทยมากขึ้น”

ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

เดอะตุ๊ก เล่าต่ออีกว่า “หลังกลับจากเกาหลีก็มาเป็นโค้ชให้ทีมเยาวชนทีมชาติไทย เป็นคอมเมนท์เตเตอร์ ผู้วิเคราะห์ฟุตบอลทางรายการทีวี พวกนี้ก็ได้ประสบการณ์จากการเล่นฟุตบอลทั้งสิ้น การเขียนหนังสือ ตำราเรียน ตำราการเล่นศูนย์หน้า ตำราการสอนเด็ก แล้วก็เดินสายให้ความรู้น้องๆหนูๆทั่วประเทศเยอะแยะมากมาย”

“ผมเองได้ทำหลากหลายเรื่องราว นักร้องก็เคยเป็นช่วงสั้นๆ ที่หลักๆช่วงนี้ก็เป็นพิธีกร คอมเมนท์เตเตอร์ และก็ให้ความรู้ศาสตร์ของฟุตบอล 3 อย่างนี้คือเป็นหลัก แต่ที่หลักที่สุดคือรับราชการเป็นทหาร ผมคิดว่าผมโชคดีมากกว่าที่ได้ทดลองงานในหลายๆเรื่อง”

“การที่นักบอลในอาเซียนจะไปเล่นในเคลีกทุกวันนี้ผมว่ายิ่งยากขึ้นไปตามลำดับ กว่าทีมเกาหลีจะดึงไปต้องฟันฝ่าขั้นตอนอีกหลายๆอุปสรรคไม่ว่าจะเป็นนักบอลไทย เวียดนาม พม่า ที่จะไปเคลีก เป็นอะไรที่ต้องต่อสู้เยอะ โดยเฉพาะการยอมรับจากเพื่อนร่วมทีมถือว่าสำคัญที่สุด และการพัฒนาตัวคุณเองนั้นสำคัญมาก”

สาธิต กรีกุล, ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

“ผมว่าการเล่นต่างแดนนั้นเป็นสัญญาณที่ดีกับชีวิต นอกเหนือจากที่เล่นในบ้านเราจนประสบความสำเร็จแล้ว การไปเล่นต่างประเทศได้คุณค่ามากมาย ได้ดำรงชีวิตไม่ว่าจะประเทศไหนก้ตาม ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาเอามาประยุกต์กับของเรา อันนั้นแหละเป็นคุณค่าหลังจากที่เรารีไทร์ตัวเองไปแล้ว เราก็จะได้ประสบการณ์เหล่านั้นมาดำรงชีวิตต่อไป และสร้างประสบการณ์ความรู้สามารถนำพาไปในสิ่งที่ดีได้ ฉะนั้นอย่ากลัวการไปต่างแดนครับ”

“ฟุตบอลคือชีวิตของผม ไม่มีฟุตบอลไม่มีผม แค่นั้นเองครับ” ปิยะพงษ์ กล่าวปิดท้ายพร้อมรอยยิ้ม

ทั้งนี้นอกจาก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน จะประสบความสำเร็จในการค้าแข้งที่เกาหลีใต้แล้ว เจ้าตัวยังมีผลงานเอกอุระหว่างที่ค้าแข้งในประเทศไทยกับ ทหารอากาศ (แอร์ฟอร์ซ ในปัจจุบัน) โดยคว้าไปถึง 12 แชมป์ รวมถึงยังนำทีมชาติไทยคว้าแชมป์ซีเกมส์ 6 สมัย , คิงส์คัพ 5 สมัย และเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลด้วยผงาน 103 ประตูยากที่ใครจะทำลาย